แฟนตาซีย้อนยุค

แฟนตาซีย้อนยุค อาธดัล ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ที่เพียรพยายามเป็นเกมออฟโทรน ฉบับประเทศเกาหลีโบราณ

ข่าวหนัง

แฟนตาซีย้อนยุค อาธดัล สงครามสยบบัลลังก์ ซีรีส์ประเทศเกาหลีฟอร์มยักษ์ใน เน็ตฟลิกซ์ แนวชิงอำนาจ หักเหลี่ยมเชือดคมในโลกสมัยโบราณ ผสมแนวแฟนตาซี โปรดักชั่นสุดยอดเยี่ยม

แฟนตาซีย้อนยุค อาธดัล สงครามสยบบัลลังก์ เป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์ที่ดูแล้วก็มีความพากเพียรจะให้ประเด็นนี้เป็นเหมือนกับเกมออฟโทรน เวอร์ชั่นประเทศเกาหลี ซึ่งในตอนนี้จบแล้ว 1 ซีซัน โดยตัวเรื่องจะแบ่งเป็น 3 พาร์ท รายละเอียดแทบทั้งหมดย้ำที่การ หักเหลี่ยมเชือดคมชิงอำนาจ ผสมกับการนำตำนานโบราณของมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝั่งทวีปเอเชียแล้วเอามายำรวมกันด้วย

บทแรก เริ่มเล่าต้นเหตุของดินแดนอาธดัล แล้วก็ อิอาร์ก ไปจนกระทั่งชนเผ่าต่าง ๆ โดยบทแรกย้ำบรรยายความไม่ถูกกันระหว่าง เผ่ามนุษย์และก็ นีแอลทัล ซึ่งเป็นครึ่ง ๆ อมนุษย์ที่มีพลังแล้วก็ความรู้ความเข้าใจเหนือกว่ามนุษย์ทั้งหมดทุกอย่าง แม้กระนั้นปรากฏว่าเผ่ามนุษย์สถานที่รวมตัวกันเป็นผู้ส่งเสริมจากหลายชนเผ่านั้น กลับมีผู้กล้าชายหนุ่ม “ทากน” ลูกชายคนหัวปีของนีร์ฮาซานุง หัวหน้าเชื้อสายมนุษย์ในอาธดัล ซึ่งสามารถหาวิธีกำจัดเชื้อสายนีแอลทัลลงได้เกือบจะสูญเชื้อสายกันอย่างยิ่งจริง ๆ

เวลาเดียวกัน เรื่องราวก็เล่าถึงความรักระหว่างคนจากเผ่ามนุษย์รวมทั้งนีแอลทัล ที่ทำให้เกิดลูกครึ่งระหว่างสองเชื้อสายขึ้นมา ลูกผสมพวกนี้จะถูกเรียกว่า อีกึต ซึ่งมีพลังความรู้ความเข้าใจเหมือนนีแอนทัล แม้ว่าจะไม่กล้าแกร่งเท่า แต่ว่าก็มีความรู้และมีความเข้าใจศึกษาสิ่งต่าง ๆ ได้เหนือกว่ามนุษย์ทั่ว ๆ ไป ซึ่งในช่วงเวลาที่เผ่านีแอนทัลถูกกำจัด มีหญิงสาวที่เป็นผู้แทนของกรุ๊ปบรรพชิตจากมนุษยเป็น “อาซาฮน” ได้หนีไปกับคนของนีแอนทัล ทั้งคู่รักกันแล้วก็มีลูกชายแฝดร่วมกัน ข่าวหนัง มาร์เวล

แต่ว่าด้วยเหตุการณ์ที่จะต้องหนีการตามล่า ปรากฏว่าเด็กฝาแฝดก็เลยถูกแยกจากกัน อาซาฮนพาคู่แฝดอีกคนหนีไปยังผาที่ไปยังดินแดนอิอาร์ก ซึ่งมั่นใจว่าจะไม่มีอันตราย แล้วก็เป็นดินแดนที่ในอดีตกาล เคยมีนักบวชในตำนานที่เป็นเชื้อสายโดยตรงของหัวหน้าบรรพชิตได้หนีตามแฟนมาที่ดินดินแดนนี้ อาซาฮนก็เลยพาลูกชายของตนเองหนีมาอิอาร์ก แม้กระนั้นเธอก็เสียชีวิตลง พร้อมทั้งพบว่า ลูกชายของเธอโดยความเป็นจริงแล้วบางครั้งอาจจะเป็นการกลับมากำเนิดของ “อารามุน แฮซึลลา” ทวยเทพสูงสุดของอาธดัล

ส่วนลูกชายของเธอได้พักอาศัยกับเผ่าวาฮัน ซึ่งยอดเยี่ยมในเผ่าเล็ก ๆ ที่สงบที่อาศัยอยู่ในอิอาร์ก เด็กน้อยอีกึตที่รอดมาได้นี้ก็คืออึลซอม” อึลซอมได้กำเนิดแล้วก็เติบโตอยู่ในเผ่าวาฮัน ร่วมกับเด็กผู้หญิง “ทันยา” ผู้สืบทอดเชื้อสายโดยตรงจากแม่เฒ่าของเผ่า แต่ว่าแล้วชีวิตอันสุขสงบของ อึลซอมรวมทั้งทันยาก็พังทลายลง เมื่อทากน ที่รบแผ่กระจายดินแดนไปทั่ว

อาธดัลสามารถหาวิธีนำทหารลงมาจากเขาหินเพื่อเข้ามาดินแดนอิอาร์กได้ เผ่าวาฮันก็เลยถูกกองทัพของทากนเข้ารุกราน แล้วก็อึลซอมกับทันยาก็จำเป็นต้องแยกจากกัน แม้กระนั้นในตอนนั้นเองที่อึลซอมได้ศึกษาค้นพบพลังความรู้ความเข้าใจของเขาที่ต่างจากคนสามัญ รวมทั้งเริ่มหาทางศึกษาที่จะใช้มันเพื่อช่วยเหลือทันยาแล้วก็คนของเผ่าที่เหลือให้ได้

แฟนตาซีย้อนยุค

แฟนตาซีย้อนยุค อาธดัลเป็นซีรีส์ที่มีตัวละครเยอะมาก แต่ละคนยังเป็นมีบุคลิกลักษณะเป็นสีเทา

แม้กระทั้งนักแสดงที่น่าจะเป็นสีดำที่สุด ก็ยังมีเหตุมีผลที่ทำให้เขาแปลงเป็นคนสารเลวร้าย ด้วยเหตุว่าการเช็ดกกดขี่มาก่อน ทั้งนักแสดงส่วนใหญ่ก็มีการปูแบ็กกราวนด์เรื่องที่น่าดึงดูดมากมายด้วย สำหรับลักษณะเด่นที่สุดยอดที่สุดของเรื่อง อาจจำต้องชูให้กับ การโยงเรื่องราวที่ดูเหมือนกับว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันให้เชื่อมต่อกันได้ แม้กระทั้งสิ่งนิด ๆ หน่อย ๆ ที่ดูเหมือนกับว่าไม่มีความสำคัญ อย่างเช่น ท่าร่ายรำของเผ่าวาฮันที่ทันยาถูกบังคับให้ฝึกหัดตั้งแต่เล็ก

ซึ่งถูกกล่าวถึงในเวลาที่ 2 คนใดจะไปมีความรู้สึกว่าท่าร่ายรำนี้จะมีหน้าที่สำคัญรวมทั้งเป็นแผนการณ์ที่ถูกวางไว้กว่า 200 ปี นอกนั้น แม้กระทั้งความประพฤติของนักแสดงรอง ๆ ที่มองไม่มีความจำเป็น เป็นคนตัวเล็ก ๆ แต่ว่าพฤติกรรมกลับมีผลเป็นลูกโซ่สม่ำเสมอ และก็กระเทือนไปถึงสถานะการณ์ใหญ่ด้วย จุดแข็งอีกอย่างของเรื่องก็คือ การโยนปัญหาต่าง ๆ เข้ามาในซ๊รีส์ให้ตัวละครที่เป็นตัวเอกจำต้องผ่านปัญหาพวกนี้

ซึ่งมีอีกทั้งการวางเป้าหมายด้นสด จัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าไปตอน ๆ ไปจนกระทั่งมีการคิดแผนล่วงหน้าที่นึกไม่ถึงก็มี ซึ่งกระบวนการจัดการกับปัญหาของนักแสดงในเรื่อง มีหลายมุกที่จะต้องร้องว้าวว่า “คิดได้ยังไง” เวลาที่บางมุกก็เล่นง่ายเอามาก ๆ ความข้องเกี่ยวของนักแสดงในเรื่องก็เป็นลักษณะที่ ต่างทำเพื่อผลตอบแทนของตัวเอง ถึงจะมีความแค้นต่อกันแค่ไหนมาก่อน แต่ว่าหากเพื่อจุดหมาย นักแสดงก็พร้อมจะพูดจาต่อรองหรือร่วมมือกันได้ ซึ่งในเรื่องจะย้ำจุดนี้มากมาย แอ็คชั่นแฟนตาซี

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นเรื่องของทันยา ที่จำต้องมาดำเนินชีวิตอยู่ในกลุ่มศัตรูที่เธอก็ต้องหาทางศึกษาเพื่อจะเอาชีวิตรอด และก็จำเป็นจะต้องทอดทิ้งความใสสะอาดซื่อบริสุทธิ์ ด้วยเหตุว่าถ้าเกิดไม่มีอิทธิพลแล้ว เธอก็ไม่อาจจะคุ้มครองคนของเผ่าได้เช่นกัน ด้านความเป็นแฟนตาซีของหัวข้อนี้ ก็มีการเอามาประสมประสานกับตำนานความเลื่อมใสไว้บ้าง รวมทั้งตนเองก็มีพลังพิเศษที่ไว้ใช้เอาชีวิตรอด แม้กระนั้นพลังพิเศษของผู้แสดงนำอย่างอึลซอม เอาเข้าจริงก็มิได้ช่วยอะไรเท่าไรนัก

เป็นในทีแรก ๆ พลังพิเศษของตัวนำมีสาระสำหรับการเอาชีวิตรอดมากมาย แม้กระนั้นพอเพียงเรื่องราวเดินหน้าไปเรื่อยพลังพิเศษของตนก็แทบไร้ประโยชน์ เพราะว่าในที่สุดแล้วสิ่งที่จะทำให้เขาขึ้นมาต่อสู้เอาชีวิตรอดในโลกที่ป่าเถื่อนได้ ไม่ใช่ความรู้ความเข้าใจสำหรับการต่อสู้ตัวต่อตัว (ที่มีคนเก่งกว่าเขาอยู่ด้วย) แต่ว่าเป็นความสามารถสำหรับเพื่อการเกาะหัวใจผู้คน และก็การผลิตอำนาจขึ้นมา

ส่วนจุดบกพร่อง ที่นับว่ารุนแรงที่สุดของเรื่องเป็น “ขั้นแรกดำเนินเรื่องช้ามากมาย” ในตอน แรกเป็นในช่วงเวลาที่ 1-6 กว่าเรื่องจะเข้าสู่ความสนุกสนานตั้งใจจริง จะต้องรอคอยล่วงเลยตอน 3 ขึ้นไปแล้ว แถมเอาเข้าจริง ๆ รายละเอียดใน 6 ช่วงแรกก็ยังไม่สนุกเข้มข้นเท่าไรนัก

แอ็คชั่นแฟนตาซี

รายละเอียดของเรื่องจะบันเทิงใจจริง ๆ เป็นภายหลังเปิดตัว ซายา ในด้านหลังเวลาที่ 6 หรือก็คือไปสู่ช่วง 2 ของเรื่อง

ตั้งแต่นั้นเป็นความสนุกสนานระดับมาราธอนนะครับ บางทีก็อาจจะเนื่องจากว่าผู้ชมสามารถรู้เรื่องความเป็นไปเป็นไปข้างในโลกของอาธดัล ไปจนกระทั่งกำลังขับดันสำหรับการทำของเหล่านักแสดง เนื่องจากว่าในขั้นแรกผู้ชมจะไม่รู้เรื่องเอาซะเลยว่า ตัวร้ายอย่างทากน ทำประเด็นต่าง ๆ ไปเพื่ออะไร แถมทากนเป็นตัวละครข้างร้ายที่ในทีแรก ๆ มองไม่น่าเชียร์เอาเลย จนถึงพวกเราเริ่มรู้จักนักแสดงนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

บวกกับการเข้ามามีหน้าที่ของ ซายา ซึ่งเป็นตัวละครที่มีมุม “โหดเหี้ยมแล้วก็โหดเหี้ยมมากกว่าทากน” ซึ่งก้ทำให้ทากนซึ่งเป็นตัวละครที่มองครบถ้วนบริบูรณ์ในขั้นแรกรวมทั้งทำอะไรก็เข้าทางไปหมด ได้พบกับปัญหาแล้วก็ปัญหาระดับที่แทบจะต้องเสียท่าเสียเชิงหลายทีนั่นเอง เรื่องราวถึงค่อยน่าลุ้นขึ้น ตอนที่รายละเอียดของดารานำชายอย่างอึลซอม จำต้องเห็นด้วยว่าในระยะแรก “ไม่ค่อยสนุกสนาน”

ตอนที่ตอนกึ่งกลางบทก็แปรไปทางซายาที่ใช้ผู้แสดงผู้เดียวกัน ทำให้รายละเอียดส่วนที่สนุกสนานที่สุดของอึลซอม จำเป็นต้องรอคอยถึงตอน 3 ที่เขาเริ่มจะรู้เรื่องอะไรบ้างในโลกเยอะขึ้นนั่นแหละครับผม จุดเสียของเรื่องยังมีอีกเป็น พล็อตโฮลแอบมีอยู่พอควร แล้วก็อะไรบางอย่างเสมือนคิดจะใส่ก็ใส่มาเพิ่มพูดง่าย ๆ ในตอนที่มีบางผู้แสดงที่เฉลี่ยวฉลาดและก็เอาชีวิตรอดได้เก่งสุด ๆ มาตลอดทั้งเรื่อง บทจะเสียท่าก็พลาดเสียอย่างงั้น

รวมทั้งแม้คนใดกันมุ่งมาดฉากการทำศึกคงจะจำเป็นต้องผิดหวัง เพราะว่าอีกทั้งเรื่องมีฉากรบทำศึกสงครามจริง ๆ เพียงแค่สองฉากเพียงเท่านั้น แต่ว่าด้วยความเพลิดเพลินของเรื่องที่เข้มข้นมากขึ้นก็สามารถกลบจุดเสียส่วนนี้ไปได้มากพอควร นอกเหนือจากนี้ในเรื่องยังมีวาทะหลาย ๆ อย่างที่สะท้อนความจริงในโลก ถึงแม้บางวาทะบางทีก็อาจจะมองเป็นคำคมเชย ๆ ที่ตั้งใจประดิษฐ์มากมายไปหน่อย

แต่ว่าบางเรื่องมันก็เป็นความจริงที่เรียบง่าย แล้วก็บางครั้งก็อาจจะสะท้อนให้มองเห็นถึงทัศนคติของคนประเทศเกาหลีในปัจจุบันด้วยเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น วาทะกลุ่มนี้ยังมีการสะท้อนให้มองเห็นถึง วิวัฒนาการของผู้แสดงในเรื่อง ว่าจากผู้ที่ใสซื่อ ดำรงชีวิตเรียบง่าย กลับถูกโยนเข้ามาในวังวนอำนาจ ถูกคนมีอำนาจมากยิ่งกว่าข่มขี่ แล้วควรต้องปรับพฤติกรรมอะไรบ้างหรือเรียนอะไรบ้างเพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งผู้ที่ทำเป็นก็จะอยู่รอด

แม้กระนั้นผู้ที่ทำไม่ได้ ก็ถูกตายหรือถูกเอารัดเอาเปรียบถัดไป ซึ่งหัวข้อนี้พรีเซนเทชั่นก้าวหน้าในทางมุมที่ให้พวกเรามีความเห็นว่า ผู้ที่จะเอาชีวิตรอดในวังวนอำนาจและก็โลกที่ไร้มนุษยธรรมได้นั้น จำเป็นต้องปรับนิสัยรวมทั้งใช้ไหวพริบปฏิภาณมากมายแค่ไหนสำหรับในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จากเหตุการณ์ที่ดูราวกับว่าหมดกำลังใจแล้วทุก ๆ อย่าง ชิงไหวชิงพริบ หักมุมตลอดเรื่อง นักแสดงต้องหาวิธีแก้ปัญหาด้วยแนวทางคิดไม่ถึงหลายที รายละเอียดทายใจได้ยาก เสียที่ตอนแรกดำเนินเรื่องช้า