สร้างความช็อก

สร้างความช็อก สำหรับการเปลี่ยนทิศทางคร้ังใหญ่ของหนัง Black Panther ภาค 2

ข่าวหนัง

สร้างความช็อก อนาคตของ Black Panther 2 จะเป็นอย่างไร เมื่อไร้ Chadwick Boseman ในบทนำ

สร้างความช็อก ให้กับแฟน ๆ หนังทั่วโลกในเช้าวันนี้ (29 สิงหาคม หรือ 28 สิงหาคมตามเวลาในสหรัฐฯ) โดยเฉพาะแฟนหนังของ MCU ที่จะไม่ได้เห็น Chadwick Boseman กลับมารับบท Black Panther หรือฝ่าบาท T’Challa อีกแล้ว

เมื่อเขาเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยวัย 42 ปี หลังจากตรวจพบว่าว่าป่วยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ก่อให้เกิดคำถามว่า กับหนัง Black Panther ภาค 2 ที่วางกำหนดฉายเอาไว้แล้ว 6 พฤษภาคม 2022 และได้ผู้กำกับคนเดิม Ryan Coogler

กลับมารับหน้าที่เดิม Chadwick Boseman (1977-2020)เหตุการณ์ที่กระทบต่อโครงการหนังที่จะมีภาคต่อแบบนี้ ครั้งหลังสุดก็เคยเกิดขึ้นกับแฟรนไชส์ Fast & Furious ที่สูญเสีย Paul Walker ขณะที่ภาค 7 ถ่ายทำไปได้แค่ครึ่งทาง ส่งผลให้ ข่าวหนัง มาร์เวล

ต้องให้น้องชายทั้งสองคนมาเล่นแทนและใช้ CG สร้างหน้าของ Paul แปะทับ หรือแฟรนไชส์ The Hunger Games ที่สูญเสีย Philip Seymour Hoffman ขณะที่ยังเหลือภาค Mocking Jay Part II แต่หนังได้ถ่ายทำฟุตเตจที่ต้องใช้ Hoffman

ไว้หมดแล้วเรียบร้อย และล่าสุดแฟรนไชส์ Star Wars กับการสูญเสีย Carrie Fisher ขณะที่ยังไม่ได้ถ่ายทำภาคสุดท้ายปิดไตรภาค และต้องใช้ฟุตเตจจากภาคอื่นมาเล่าเรื่องแทน

สร้างความช็อก

สร้างความช็อก Chadwick Boseman รับบทนักร้องอมตะ James Brown ใน Get on Up (2014)

หากย้อนไปถึงเมื่อตอนที่ Chadwick Boseman ได้รับการประกาศชื่อว่าจะมารับบท Black Panther ตั้งแต่เมื่อ ปี 2014 เขาถูกผู้จัดการเรียกตัวด่วนขณะเดินอยู่บนพรมแดงในงานเปิดตัวหนังชีวประวัติ James Brown เรื่อง Get on Up (2014)

ที่เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้จัดการบอกว่าเขาต้องรับโทรศัพท์สายนี้ที่ปลายสายเป็นการประชุมสายกันอยู่ระหว่าง Kevin Feige และสองพี่น้องผู้กำกับ Russo แทบไม่ต้องเดาเลยว่าพวกเขาจะชวน Boseman ไปเล่นหนังใน แรงบันดาลใจ

จักรวาลไหน แต่เดิมนั้นเขาเคยมาทดสอบหน้ากล้องเพื่อรับบทแดร็กซ์ ใน Guardian of the Galaxy (2014) แม้จะออกมาไม่ค่อยเหมาะ แต่ Sarah Finn ก็เก็บนักแสดงหนุ่มคนนี้ไว้ในใจเสมอโดยหวังว่าจะมีบทที่ใช่กับเขาในอนาคต และนั่นก็คือ

บทฝ่าบาท T’Challa “ฉันเสนอชื่อเขากับทีมโดยบอกว่า ติดต่อเขาได้เลย ฉันไม่จำเป็นต้องเรียกเขามาทดสอบหน้ากล้องซ้ำกับบทนี้อีกแล้ว” สำหรับทางเลือกของ Marvel Studios ที่จะยกเลิกการสร้างภาค 2 นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้

เพราะหนังกลายเป็นความสำเร็จระดับปรากฏการณ์ ทำรายได้ 1,347 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญฯ และสร้างไปได้อีกหลายภาค

แรงบันดาลใจ

ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากว่า Marvel จะคัดเลือกนักแสดงคนใหม่มารับบทนี้

ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูลิสต์รายชื่อนักแสดงที่เคยเกือบจะได้รับบทนี้ ก่อนจะมาเป็น Boseman ก็มี Morris Chestnut ที่ดันออกมาโพสต์โซเชียลว่าเขาได้รับเลือกให้มารับบทนี้แล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าได้จริงแต่ดันออกมาบอกก่อนเลยโดนปลดเสียก่อน

หรือว่าโม้ไปเอง, Chiwetel Ejiofor ที่สุดท้ายมารับบทเป็น Baron Mordo พี่เลี้ยงของหมอแปลก ใน Doctor Strange และ John Boyega จาก Star Wars ไตรภาคหลังสุด รวมไปถึง Michael B. Jordan ที่ก็เคยเกือบจะได้รับบท Black Panther

ก่อนจะถูกโยกไปเป็นตัวร้ายของภาคแรก กับ Marvel เอง ที่จะเป็นการ “รีแคสท์” บทสำคัญเป็นหนที่ 3 โดยครั้งแรกก็คือบท Hulk ที่เปลี่ยนจาก Edward Norton มาเป็น Mark Ruffalo โดยใช้เหตุการณ์ใน The Avengers (2012)

ปูพื้น Hulk ใหม่อย่างแทบจะไม่ยึดโยงฉบับของ Norton ส่วนอีกรอบก็คือตอนเปลี่ยนบท James Rhodes ของ Terrence Howard มาเป็น Don Cheadle