รวมคำวิจารณ์แรก

รวมคำวิจารณ์แรก จากซันแดนซ์ของ “วัน ฟอร์ เดอะ โรด” หนังใหม่จากผู้กำกับ “ฉลาดเกมส์โกง”

บันเทิงไทย

รวมคำวิจารณ์แรก วัน ฟอร์ เดอะ โรด เป็นหนังไทยโดยฝีมือผู้กำกับ บาส-นัฐวุฒิ พูนนักรบผู้กล้า ซึ่งเคยส่งผลงานเรื่อง เคาท์ดาวน์ (2555)

รวมคำวิจารณ์แรก รวมทั้ง ฉลาดเกมส์โกง (2560) ด้วยการบรรลุผลอย่างมากของหนังเรื่องข้างหลัง ทำให้ชื่อของบาสเปลี่ยนเป็นด้ามจับตามองจากผู้ชมในกรุ๊ปประเทศในทวีปเอเชียที่หนังเข้าฉาย รวมทั้งเปลี่ยนเป็นภาพยนตร์ไทยที่ไปถึงเป้าหมายด้านรายได้ในต่างถิ่นเยอะที่สุด แค่เพียงในประเทศจีนก็ทำเงินไปกว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา เข้าไปแล้ว

ไม่แปลกเลยที่ชื่อของบาสจะไปน่าฟังแล้วก็เข้าตาของคนทำหนังระดับสากลที่ต้องการจะร่วมงานกับเขา และก็เจ้าพ่อหนังเหงาอย่าง หว่องกาไว ก็เปลี่ยนเป็นชื่อแรกที่เข้ามาอำนวยการสร้างให้หนังใหม่ของบาส โดยโพรเจกต์นี้มีการสนทนาตั้งแต่ปี 2560 แล้วก็ใช้เวลากว่า 3 ปี แปลงเป็นหนังเรื่อง วัน ฟอร์ เดอะ โรด

วัน ฟอร์ เดอะ โรด เล่าเรื่องราวของ บอส (ต่อ ธนภพ) พนักงานผสมเหล้าชายหนุ่มไทยมากมายเสน่ห์ในเมืองนิวยอร์กที่มีชีวิตน่าอิจฉาแล้วก็มีผู้หญิงมารุมล้อมเยอะแยะ แต่ว่าในคืนวันหนึ่ง เขาได้รับโทรศัพท์จาก อู๊ด (ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์) เพื่อนพ้องที่ห่างเหิน โทรมาแจ้งข่าวร้ายว่าเขาใกล้จะตายด้วยโรคมะเร็งระยะท้ายที่สุด และก็ขอให้บอสกลับประเทศไทย เพื่อทั้งสองจะได้เริ่มเดินทางในไทยอีกรอบด้วยกันเพื่อย้อนเรื่องในอดีต รวมทั้งนำข้าวของไปคืนให้บรรดาคนรักเก่าของอู๊ด แต่ว่าบอสมิได้รู้เรื่องรู้ราวจริงทั้งผองแล้วก็ความลับที่อู๊ดปกปิดบอสไว้มานาน อาจจะก่อให้ความเป็นมิตรรักของทั้งสองจะต้องจบลง เมื่ออู๊ดเหลือของชิ้นในที่สุดที่จำต้องเอาไปคืน และก็ของชิ้นนี้บางทีอาจทำลายความเชื่อมโยงระหว่างพวกเขา ข่าวหนัง มาร์เวล

แล้วก็เมื่อหนึ่งชื่อระดับตำนานเป็นโพรดิวเซอร์ รวมทั้งอีกหนึ่งชื่อเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่หลายทวีปเฝ้าดู หนังก็เลยแปลงเป็นความน่าดึงดูดใจที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งเป็นเหตุผลที่ คิม ยูทานิ ผู้คัดหนังแล้วก็จัดเทศกาลซันแดนซ์ปีปัจจุบันได้เลือกหนังมาฉายเปิดตัวคราวแรกของโลกในเทศกาลนี้ ตอนวันที่ 29 ม.ค. ก่อนหน้าที่ผ่านมา

“ปกติเราจะเฝ้ามองแผนการหนังที่น่าดึงดูดตั้งแต่เริ่มยืน แต่ว่าสำหรับ วัน ฟอร์ เดอะ โรดนั้น มันมาแบบไม่รู้ตัว รวมทั้งพวกเราก็เลือกให้หนังได้ฉายวันแรกของงาน ในหมวดการแข่งขันหนังจากทั่วทั้งโลก (นอกอเมริกา) ในชนิดดราม่า ซึ่งหนังหัวข้อนี้มีกลิ่นของหว่องกาไวในทางของความนึกถึง ความงดงาม และก็อารมณ์ต่อความไม่เที่ยงของชีวิต มันเหนือความมุ่งหวังของฉันมากมาย แล้วก็ฉันต้องการให้มันเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเทศกาลด้วย”

ในขณะนิตยสาร Variety ชื่นชอบว่า หนังอัดแน่นไปด้วยอารมณ์มากมายตลอด 137 นาที รวมทั้งสมแล้วที่มันชนะหนังหลายสิบเรื่องจนกระทั่งถูกเลือกมาฉายวันเปิดเทศกาลซึ่งมีพื้นที่สำหรับหนังเพียงแค่ 6 เรื่องแค่นั้น ทางแมกกาซีนออกจะยกย่องในลูกเล่นการเล่าเรื่องที่ฉลาดของบาส ที่กลับไปกลับมาแถมบางครั้งบางคราวยังกล้าทำลายพล็อตเริ่มต้นอย่างมีรสนิยมเสียด้วย หนังมีความลับที่หลบไว้ออกจะมากมาย (ซึ่งหากสปอยล์บางทีอาจจะเสียอรรถรสไปหลายส่วน)

รวมคำวิจารณ์แรก

“เป็นที่แจ้งชัดว่าผู้กำกับจัดเจนสำหรับการคุมอารมณ์ของผู้ชม สามารถกล่าวได้เลยว่าหนังประเด็นนี้เป็นการขึ้นลิฟต์สูง 30 ชั้น ที่ผู้กำกับกำหนดไว้แล้วว่าจะกดปุ่มหยุดได้ทั้งยัง 30 ชั้น”

รวมทั้งการที่หนังเบาๆเฉลยคำตอบผ่านการพบพานกันของนักแสดงแต่ละตัว จนกระทั่งช่วงหลังที่หนังกลับไปอย่างชักชวนช็อก ประกอบกับกิมไม่กที่หนังเฉลี่ยวฉลาดใช้อย่างการที่นักแสดงของไอซ์ซึที่เป็นโรคมะเร็งจะลบรายนามในโทรศัพท์ลงทุกหนภายหลังได้ติดต่อคนนั้นไป การที่เขาส่งของบางสิ่งบางอย่างให้แฟนแต่ละคน หรือการที่นักแสดงของต่อที่เป็นพนักงานผสมเหล้าจะผสมค็อกเทลแต่ละรสให้กับความเกี่ยวข้องแต่ละเรื่องที่เขารับทราบ

และก็ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมายเป็น ผู้แสดงของวี ที่ดูเหมือนจะไม่มีความสำคัญ จะเป็นจุดหลักที่ Variety กล่าวว่าทำให้ตัวหนังจากที่ช่วงแรกมีกลิ่นจะเป็นเพียงแต่หนังอีกหัวข้อที่เหมือน 50/50 ของ โจนาธาน เลวีน กลับมาเป็นหนังที่ไม่มีใครเหมือน แล้วก็มีผลกับหนังเป็นอย่างมาก (ดูเหมือนกับว่าทางผู้รีวิวจะชอบใจผู้แสดงนี้พอได้ทีเดียว)

รวมคำวิจารณ์แรก

ด้านเว็บหนังอย่าง Deadline กล่าวว่า แม้ว่าจะโชคร้ายที่หว่องกาไวมิได้สร้างภาพยนตร์อะไรมา 8 ปีแล้ว แต่ว่าการมาอำนวยการสร้างภาพยนตร์ประเด็นนี้ก็สวยรวมทั้งพิเศษไม่แพ้กันเลย เปิดตำนานห้าวเป้ง

ส่วนตัวหนังนั้น ได้รับการดูว่า เป็นหนังที่ตรวจลึก ในเรื่องความรัก รวมทั้งความเกี่ยวเนื่อง และก็หากแม้หนังส่วนมากเวลานี้ จะเลือกผสมหลายรส หลายสูตรเป็นผัดรวมมิตร แต่ทว่าหนังของบาสกลับต้มย้ำๆด้วยอารมณ์ซึมเซาลึกไปตลอดเรื่อง ซึ่งหาได้ยากในหนังยุคใหม่

นอกจากนั้น ยังเห็นเหมือน กันในความเก่งกาจ ของการเล่า เรื่องสุดที่รักษา สมดุลการเล่าเรื่อง จากอีกทั้งฝั่งนิวยอร์กแล้ว ก็ฝั่งเมืองไทย โดยชักจูงผู้ชม ด้วยความไม่ แน่ชัดของสถาน ที่และก็ลำดับ เวลาได้ดิบได้ดี ซึ่งจำต้องดูอย่างมากกับการตัดต่อหนัง ที่เล่าสลับไปๆมาๆราวกับกระโจนไปบริเวณแต่เรียบเรียงอารมณ์เจริญ จนกระทั่งการหักเฉลยคำตอบที่ทำให้ผู้แสดงแต่ละตัวได้เผยตัวตนที่จริงจริง ซึ่งน่าประทับใจมากมาย

ในที่สุดสำหรับคำวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อใหญ่ Indiewire กระหน่ำหนังด้วยเกรด C+ รวมทั้งนิยามว่าหนังมีความละมุนหวนไห้อดีตที่สวย เหมือนกับการพิเคราะห์รถยนต์คลาสสิกเรียบหรู แต่ทว่าเมื่อ ผู้กำกับเข้า เกียร์ติดเครื่อง แต่ละคราวกลับ ฉุดกระชาก แล้วก็ให้อารมณ์ ที่ร้ายแรงเหลือเฟือ ไปพร้อม

ความไม่เข้ากันระหว่าง พาร์ตของผู้แสดง ไอซ์ซึแล้วก็ผู้แสดงต่อ ทำให้เมื่อหนัง เฉลยคำตอบเรื่องราว ของทั้งสองในตอน 45 นาทีด้านหลัง มันก็เลยมองไม่น่าเชื่อนัก ยิ่งไปกว่านี้ผู้กำกับบาสยังขอยืมความเป็นหว่องกาไวมายกย่องอย่างไม่ได้เรื่อง หนังบางทีอาจปลุกอารมณ์ได้ระดับหนึ่ง แม้กระนั้นก็ออกไปทางเรือเน่ามากยิ่งกว่าจับอกจับใจ แล้วก็ในที่สุดเป็น หนังแบกรับพล็อตที่มากมายเกินความจำเป็นแล้วก็ไปได้ไม่สุด

โดยรวม ที่ทุกรีวิวกล่าวคล้ายกันเป็น มีความเป็น โร้ดมูฟวี่ ที่ขายข้อความสำคัญความข้องเกี่ยวหลายประเด็น ผ่านภาพสวยสดงดงามรวมทั้งดนตรีเก่าที่ชักชวนคิดถึงอดีตกาล หนังน่าจะเป็นดราม่าซึมลึกที่มีความขบขันแซมนิดหน่อย รวมทั้งที่สำคัญเป็นหนังมีความสลับซับซ้อนสำหรับการเล่า อีกทั้งลำดับเวลาและก็สถานที่ ตลอดจนเก็บความลับของนักแสดง แบบกลับไปกลับมาที่จำเป็นต้องรอคอยเฉลยคำตอบในส่วนท้ายเพื่อคลี่คลายหนังทั้งผองอีกครั้ง ที่สำคัญดูอย่างกับว่า วี วิโอเลต จะได้รับการเขียนจำไม่น้อยทีเดียว

ก็น่าจะเป็นหนังส่วนตัวของผู้กำกับที่ได้ทำหนังตามดวงใจตนเอง บางทีอาจไม่ใช่หนังตลาดที่ถูกอกถูกใจผู้ชมทั่วๆไปแบบ ฉลาดเกมส์โกง แม้กระนั้นแม้ว่าจะมองอินดี้ดราม่าเน้นย้ำอารมณ์เอื่อยเฉื่อยซึมลึก แม้กระนั้นหนังก็มีการเล่าที่ไม่ธรรมดารวมทั้งชักชวนตะลึงงันในผลสรุปอยู่แน่ๆ ต้องการที่จะให้เข้าฉายในไทยจนกระทั่งทนไม่ได้