ฉากหนังมาเวล

ฉากหนังมาเวล เปิดมหากาพย์ไทม์ไลน์หนัง Marvel ทั้ง 4 phase ดูตามนี้รับรองไม่งง

ข่าวหนัง

ฉากหนังมาเวล  13 บาดแผลอันเจ็บปวด เมื่อ CGI เหล่านี้ในหนังจักรวาลมาร์เวล…ไม่ปังปุริเย่

ฉากหนังมาเวล ขึ้นชื่อว่าเป็นหนังฮีโร่ในจักรวาลมาร์เวลแล้ว ความอลังการของงานวิชวลเอฟเฟกต์หรือคอมพิวเตอร์กราฟิกนั้นไม่เป็นสองรองใคร จนถึงขณะนี้ Avengers: Endgame (2019) ก็ยังครองสถิติหนังที่มีช็อต CGI มากที่สุดในโลกอยู่ราว ๆ 3,000 ช็อต

(โดยเฉลี่ยหนังฟอร์มยักษ์สักเรื่องจะมีอยู่ 1,000-1,500 ช็อตก็หรูแล้ว) แสดงให้เห็นว่า Marvel Studios ให้ความสำคัญกับเอฟเฟกต์ ในฉากเหล่านี้อย่างมาก และก็เป็นความคาดหวังของแฟน ๆ ด้วยที่จะได้เข้าไปตื่นตาตื่นใจ ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ว่า

งาน CGI ของหนัง MCU จะน่าประทับใจหรือดูดีไปหมดทุกเรื่อง เพราะที่พลาดก็มีเหมือนกัน

ฉากต่อสู้ของ Black Panther และ Killmonger ใน Black Panther (2018)

แน่นอนว่า Black Panther นั้นเป็นความยอดเยี่ยมในหลาย ๆ อย่าง ทั้งการเป็นหนังของฮีโร่ผิวดำเรื่องแรก การเป็นหนังแยกเดี่ยว ที่ทำรายได้สูงสุดในสหรัฐ และยังเป็นหนังที่จะต้อง มีการเปลี่ยนเรื่องราว และตัวนักแสดงในเร็ว ๆ นี้จากการเสียชีวิตของ Chadwick Boseman

หนึ่งในฉากที่เป็นจุดด้อยของเรื่อง ก็คือการต่อสู้กันของตัวเอก และตัวร้าย ที่แม้จะเป็นฉากต่อสู้ครั้งสำคัญ แต่ทั้งฉากและตัวละคร ต่างถูกทำเป็น CGI ที่ดูหลอกตา เหมือนอยู่ในวิดีโอเกม มากไปหน่อย

ฉากการพบกันของ Thor และ Eitri ใน Avengers: Infinity War (2018)

นักแสดงมากฝีมืออย่าง Peter Dinklage ก็ได้มาร่วมในจักรวาล หนังมาร์เวลด้วย แม้จะมาแบบรับเชิญสั้น ๆ ก็ตามกับบท Eitri ตอนที่ Thor, Groot, and Rocket เดินทางไปยังดาวอันห่างไกลเพื่อสร้างอาวุธใหม่ให้กับเทพเจ้าสายฟ้า Dinklage

เป็นคนแคระซึ่งการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกปรับขนาดให้เขากลายเป็นยักษ์ แม้ว่าจะแก้ปัญหาเรื่องระดับสายตาของคนดูไปได้ (เพราะ Hemsworth สูงมาก ถ้าร่วมเฟรมคงถ่ายได้แค่ภาพมุมกว้างเท่านั้น) แต่กลายเป็นว่าภาพคนแคระยักษ์ที่ออกมาก็ดูไม่เข้าที่เข้าทาง

เอฟเฟกต์ของฉากพื้นหลังถูกเติมเข้ามาภายหลัง ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉากนี้ไม่เนียน แถมยังถูกออกแบบให้ดูมืดมากเกินไปจนไม่เห็นรายละเอียด

ฉากหนังมาเวล

ฉากหนังมาเวล  ฉากกองทัพของ Thanos บุกวากานดา Avengers: Infinity War (2018)

ฉากต่อสู้ของ Avengers นั้นมักจะเป็นฉากไคลแม็กซ์ที่หลายคนรอคอย ถึงอย่างนั้นในหลายภาคฉากนี้กลับกลายเป็นปัญหาเพราะความไม่เนียนของคอมพิวเตอร์กราฟิกในช่วงโรมรันพันตูของเหล่าสมุนตัวร้ายกับเหล่าฮีโร่ อย่างใน Infinity War ฉากที่เหล่าสมุนของมหาวายร้าย

Thanos บุกอาณาจักรวากานดาของ Black Panther เหล่าสมุนดูจะเป็นงานหยาบและลวกที่ไม่ได้ถูกเก็บรายละเอียดมากนัก

พวกมันไม่ได้มีอารมณ์ร่วมเหมือนอยู่ในส่วนหนึ่งของการต่อสู้ (อาจจะพอ ๆ กับเหล่าสมุนของตัวร้ายใน Justice League (2017) ที่ก็เจอปัญหาความไม่เนียนนี้เหมือนกัน แต่ The Lord of the Rings (2001-2003) กลับไม่เจอปัญหานี้) บวกกับเนื้อเรื่องที่ไม่มีที่มาที่ไปของการปรากฏตัว

ก็ทำให้แฟน ๆ อาจเกิดอาการอิหยังวะได้ (เว้นแต่สนุกจนลืมตัวอยู่)

ฉากหนังมาเวล

ฉากต่อสู้ที่ลานสนามบินใน Captain America: Civil War (2016)

ฉากประจัญบาน (แม้จะเป็นการสู้กันเองก็เถอะ) ในหนัง Captain America: Civil War (2016) ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น Avengers ภาค 2.5 เพราะตัวละคร MCU มากันเกือบครบ และยังเป็นภาคเปิดตัวทั้ง Spider-Man ที่ได้กลับบ้าน Marvel และ Black Panther ด้วย

ฉากการต่อสู้ที่สนามบินแม้จะสนุกแต่จริง ๆ แล้วถ้าดูอย่างละเอียดลออก็จะพบว่า CGI หลายช็อตนั้นทำไม่ค่อยเนียนโดยเฉพาะไลต์ติ้งหรือการจัดแสดงนั้นสลับไปมา ไม่รู้ว่าแสงอาทิตย์มาจากทางไหนกันแน่ ผนังสนามบินบางจุดก็ไม่สะท้อนแสง หรือเนียนเป็นส่วน ๆ

ซึ่งต้องบอกเลยว่าที่เป็นงานเผาขนาดนี้คงเพราะทีมเอฟเฟกต์รีบจริง ๆ

ฉาก ข้ามาเพื่อต่อรองกับ Dormmamu ใน Doctor Strange (2016)

หนังที่ยกระดับงานวิชวลเอฟเฟกต์ของ MCU เรื่องนึงก็คือ Doctor Strange ที่ภาพมิติกระจกแค่ฉากเดียวก็กินขาดเกินหน้าเกินตาเพื่อนไปหลายเรื่อง ไม่แปลกที่หนังจะถึงขึ้นเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาวิชวลเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยมได้เลยทีเดียว หนังเกือบจะคะแนนสิบสิบสิบไม่หักแล้ว

ถ้าไม่มาพลาดตรงฉาก “ข้ามาเพื่อต่อรอง” ที่หมอแปลกเหาะไปเจรจากับวายร้ายผู้กลืนกินดวงดาวอย่าง Dormmamu ทีมงานออกแบบตัวร้ายตัวนี้ออกมาดูไม่น่ากลัวมากเกินไป อาจเป็นเพราะไม่ใช่ตัวร้ายที่มีบทบาทตลอดเรื่อง ทำให้ทีมงานไม่ได้ให้น้ำหนักมากนัก แต่ถ้าจะกลับมาอีกละก็

ขออย่าให้ภาพออกมาเป็นเหมือนโปสเตอร์หนังยุค 80s เชย ๆ ก็พอแล้ว

 

 

จุดเริ่มต้นมาเวล