จะน่ากลัวแค่ไหน

จะน่ากลัวแค่ไหน ถ้าหากความตายสามารถแพร่กระจายไปมาหาสู่กันได้

ข่าวหนัง

จะน่ากลัวแค่ไหน ไม่ใช่หนังสยองขวัญแต่เป็นหนังจิตวิทยาตลกร้าย 

จะน่ากลัวแค่ไหน หนังที่หยิบเอาเรื่องราวของความตายมานำเสนออย่างเรียบง่าย จะน่ากลัวแค่ไหน ไม่เน้นความหลอน แต่ทำให้คนดูพึงระลึกได้ว่าความตายนั้นเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด เราจึงควรมีสติและทำใจยอมรับเมื่อความตายมาเยือน

  • อย่าดูหนังเรื่องนี้ถ้าหากคุณเป็นคนจิตตกง่าย!

เอมี่หญิงสาวที่เกิดสภาวะจิตหลอน รวมทั้งเชื่อว่าตนเองกำลังจะตายในวันพรุ่งนี้ เมื่อคุณเล่าเรื่องนี้ให้บรรดาคนรอบข้างฟัง ความกลัวได้ขยายพันธุ์ออกไปไม่ต่างจากเชื้อโรคร้าย นำมาซึ่งการทำให้พวกเขาเกิดอุปาทานกลุ่ม แล้วก็มั่นใจว่าตนเองใกล้จะตายในวันพรุ่งนี้ด้วยด้วยเหมือนกัน พวกเขาใกล้จะถึงที่ตายใช่หรือไม่ หรือนี่เป็นเพียงแค่ฝันร้ายที่พวกเขาผลิตขึ้นมาเอง ด้วยกันหาบทสรุปใน She Dies Tomorrow มันเคยเกิดขึ้น

จะน่ากลัวแค่ไหน

  • นี่คือ Ideological Contagion Movie

She Dies Tomorrow เสนอประเด็นหลักคือเรื่องของอาการอุปาทานกลุ่ม ซึ่งนักวิจารณ์ ที่เมืองนอก นิยามว่าเป็น “ideological contagion” (การแพร่ในเชิงความนึกคิด / โรคระบาดทางความคิด) ถ้าพินิจพิจารณาดูแล้ว ก็มีองค์ประกอบเหมือน หนังโรคระบาดทั่วไป ถ้าแต่ว่าเชื้อที่ระบาดในหนัง กลายเป็นแนวความคิด ความนึกคิด เป็นสิ่งที่ไม่เห็น เป็นนามธรรม นั้นเป็นความหวาดกลัวตายที่แพร่กระจายออกไปในวงกว้าง ติดต่อจากคนสู่คน

เป็นหนังที่ถูกพูดถึงมากมาย ว่าเป็นภาพสะท้อน ของสภาวะฟุ้งซ่านจิตตก ของคนปี 2020 (ในขณะที่หนังสร้างขึ้นในปี 2019) ในปีที่คนทั้งโลกเผชิญกับหายนะทั่วทุกมุมโลก พวกเราเสพข่าวสารต่างๆผ่านสื่อ แล้วดักดานกับความหวาดกลัวว่าความตายอาจอยู่ใกล้แค่เอื้อม อีกทั้งภัยธรรมชาติ อาชญากรรมในที่ส่วนรวม โรคระบาด ความร้ายแรงทางด้านการเมือง

เนื่องจากว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม พวกเราก็เลยมีการเปลี่ยนทางความคิด อุดมคติ จินตนาการ ซึ่งยิ่งช่วยกระจายความกลัวของคนเราไปในวงกว้าง นี่ก็เลยยิ่งทำให้ เป็นหนังจิตวิทยาตลกร้าย ที่เป็นหมุดหมายสำคัญ ของปี 2020 ตามคอนเซ็ปที่ว่า ความตายเกิดเรื่องใกล้ตัว แม้กระนั้น ไม่มีอะไรน่าสะพรึงกลัว เท่าความคิดพวกเรา

  • รู้จักเอมี่ ไชมิทต์

เอมี่ ไชมิทต์ คุณเป็นนักแสดงสาว ในวงการหนังอินดี้ ที่มิได้มีดีแค่ เพียงฝีมือการแสดง แต่ว่า ยังมีความรู้ความสามารถ ด้านการเขียนบท และก็กำกับภาพยนตร์ โดยภาพยนตร์เรื่องแรกของคุณ Sun Don’t Shine ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากผู้ชม รวมทั้งนักวิจารณ์ในเทศกาลภาพยนตร์ SXSW ปี 2012 รวมทั้งหนึ่งในผลงานที่สร้างชื่อให้เธอในวงกว้างเป็นซีรีส์ขวัญใจนักวิพากษ์วิจารณ์

อย่าง The Girlfriend Experience เกี่ยวกับเรื่องราวของนักศึกษาสาว วิชาข้อบังคับ ที่ตกลงใจดำรงชีวิต อีกข้างในฐานะหญิงขายบริการชั้นสูง โดยมีวัตถุประสงค์ ไม่ใช่เพื่อเติมเต็ม ความต้องการทางเพศ ของลูกค้า แต่ว่าเพื่อมอบประสบการณ์ดีๆ ในฐานะ แฟนสาวเลียนแบบของลูกค้า ที่เธอเหมา อีกทั้งตำแหน่งโปรดิวเซอร์ เขียนบท รวมทั้งยังร่วมแสดงสมทบด้วย

ในส่วนของทางการแสดง เอมี่ มีชื่อเสียงในฐานะนางเอกหนังอินดี้ เรื่องดัง Upstream Color ส่วนผลงานหนังกระแสหลัก ของเธอก็มี Alien: Covenant รวมทั้ง Pet Sematary ที่คุณได้รับบทนำ เป็นครั้งแรก กับการทำงาน ในสตูดิโอใหญ่ ซึ่งเงินค่าตัว จากหนังประเด็นนี้ ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นเงินทุนสำหรับเพื่อการสร้างหนัง She Dies Tomorrow นั้นเอง

จะน่ากลัวแค่ไหน

  • แรงบันดาลใจที่ทำให้เธอสร้าง 

การทำงานเรื่อง She Dies Tomorrow แต่แรกเริ่ม แต่ก่อนนั้น ผู้กำกับเอมี่ ไชมิทต์ ไม่ได้ตั้งใจ จะทำเป็นหนังยาว คุณเพียงแค่หาอะไร ทำฆ่าเวลา จากการเขียนบทโทรทัศน์ ประกอบกับความรู้สึก ที่ต้องการจะลุกขึ้นมา กำกับงานสักชิ้น เธอก็เลยเชิญ เจย์ ไคเทล ช่างภาพแล้วก็ เคต ลินน์ ชีลนางเอกของเรื่อง (ซึ่งทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทของเธอ) มาถ่าย

โดยใช้เวลาเพียง แต่อาทิตย์เดียว โดยมีไอเดียคร่าวๆ เกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่กำลังจะตายในพรุ่งนี้ ก่อนจะกำเนิดแรงบันดาลใจ เขียนบทหนัง ทั้งยังเรื่องขึ้นมา ภายหลังได้ถ่าย รวมทั้ง ตัดต่อฉากพวกนั้นไปแล้ว ข่าวหนัง มาร์เวล

ไอเดียของเรื่องมาจากตอนที่เธอเผชิญภาวการณ์จิตตก หรือรู้สึกหมดอาลัยตายอยากเป็นบางช่วง เมื่อคุณระบายให้คนรอบข้างฟัง เปลี่ยนไปเป็นว่ามันทำให้พวกเขารู้สึกร่วมตามกันไป นอกจากนั้นคุณยังจับสถานการณ์ของตัวเองที่เสพสื่อมากจนเกินความจำเป็นกระทั่งเครียด เอมี่ยังเป็นผู้ที่ครุ่นคิดไตร่ตรองเรื่องความตาย เธอผ่านการสูญเสียคนสำคัญในชีวิตมากมายคน ทั้ง เพื่อน ทั้งยังบิดา จนถึงคุณเริ่มชาชิน และดูความตายคือเรื่องธรรดา

ไม่มีใครเลี่ยงความตายได้ คุณให้สัมภาษณ์ในรอบสื่อที่เทศกาลภาพยนตร์ SXSW ว่า ส่วนตัวแล้ว คุณมีความคิดว่าหนังเกือบทุกชนิดล้วนเกี่ยวกับความตายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหนังดราม่า หนังวัยรุ่นหัวเลี้ยวหัวต่อ หนังวิทยาศาสตร์ หนังสยองขวัญ แม้แต่หนังรัก มันอาจจะฟังดูมืดมน แต่ว่าต้องเห็นด้วยว่าการที่มนุษย์มีชีวิตอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ยนั้น มันทำให้ช่วงต่างๆมีคุณค่า

เพราะหากมนุษย์อยู่เป็นอมตะ เราคงไม่ได้เรียนรู้อะไรจากการเลือกทางเดินชีวิตเลยและการได้สร้างหนังเรื่องนี้ก็เป็นการระบายความรู้สึกเหือดแห้งในใจเธอออกมา เพราะไม่ว่าอย่างไร ทุกคนก็ต้องตาย และเราควรพูดเรื่องความตายกันให้มากขึ้น